บทความจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ คอลัมน์เมโทรไลฟ์ - แบรนด์น้องใหม่ ดีไซเนอร์หน้าใหม่
Isabel by Salisa จาก OEM เป็น ODM เพื่อก้าวสู่ OBM
ย้อนกลับไปบนเวที FDCM เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว เสื้อถักซีทรูภายใต้เลเบล Isabel คว้าตำแหน่งชนะเลิศยอดขายสูงสุดด้วยตัวเลขเหยียบ 3 แสนบาท
ศลิษา ศิริศักดิ์พาณิชย์ หรือ นานา คือดีไซเนอร์หน้าใหม่เจ้าของแบรนด์น้องใหม่นี้ค่ะ
ก่อนหน้านั้นเพียง 6 เดือน เธอสมัครและได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ TFBB2003 โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการ
สาวหน้าหมวยหุ่นผอมบางคนนี้เป็นผู้ประกอบการเชียวรึ อะไรเป็นแรงจูงใจหรือผลักดันให้เธอตีตั๋วเข้าร่วมโครงการฯ
เกิดและโตท่ามกลางกองเสื้อ
เหมือนคนไทยเชื้อสายจีนทั่วไปที่เกิดมาในครอบครัวทำมาค้าขาย ประมาณว่านานาลืมตาดูโลกเมื่อ 30 ปีที่แล้วก็เห็นคุณแม่ตัดเย็บเสื้อผ้า คุณพ่อวิ่งตลาด เป็นโรงงานทำเสื้อยืดขนาดเล็กๆแถวบางบอน ทว่า ถัดผ่านมาอีก 10 ปี ฝ่ายป๊าหัวเซ็งลี้เปลี่ยนทิศทางจับตลาดนอกส่งออกเสื้อถักอย่างเดียว
คุณพ่อดูตลาดว่าเสื้อถักไม่ค่อยมี ขณะที่เสื้อยืดเยอะมาก ก็เลยคิดว่าทำเสื้อถักดีกว่า บวกกับมีความรู้อยู่บ้าง จึงทำมาถึงทุกวันนี้ เป็นโรงงานส่งออก 100% ตลาดยุโรปเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก
ความที่สถานศึกษาของนานาอยู่ไกลจากบ้านบางบอนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสตรีวิทย์ และมหาวิทยาลัยเอแบค เธอจึงมักใช้ชีวิตอยู่หอ ไม่ค่อยได้ช่วยงานที่บ้าน จนกระทั่งช่วง 1 ปีหลังจบเอแบคหมาดๆ เธอช่วยป๊าติดต่อดูแลลูกค้าต่างชาติ
เป็นการฝึกงานด้านการตลาดมากกว่า
ด้วยสายตามองการณ์ไกลบวกความผูกพันอยากรู้จักประเทศที่อากงอาม่าเคยอยู่ นานาเลือกเดินทางไปปักกิ่งเรียนภาษาจีนกลาง แทนที่จะบินไปเมืองฝรั่ง
นอกจากได้ภาษาจีนกลางซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบสำหรับนักธุรกิจสาวอย่างเธอในการติดต่อกับบายเออร์และซัปพลายเออร์แถบเอเชียนี้แล้ว เธอยังได้เพื่อนดีๆชาวต่างชาติกลับมา แม้กระทั่งชื่อแบรนด์ Isabel ก็เป็นชื่อลูกสาวของเพื่อนรักชาวฮ่องกงของเธอ
กลับมาจากจีนก็ทำเต็มตัวเลยค่ะ ออกแบบเองตั้งแต่ตอนนั้นเลย อาจเพราะโตมากับเขา หยิบเขามา จับเขามา ซึมซับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว มันรู้เองโดยอัตโนมัติว่าขั้นตอนการทำเป็นยังไง พอจับปั๊บก็ทำได้เลย
รสนิยมกิ๊บเก๋ เสนอแบบให้ลูกค้า
ยุคปะป๊าของหนูนานาเป็น OEM เต็มตัว รับงานตามลูกค้าสั่งอย่างเดียว ครั้นนานาเข้ามาเทกโอเวอร์ เอ๊ย! ดูแลกิจการแทน เธออดไม่ได้ที่จับดินสอวาดแบบเสนอลูกค้าบ้าง
เวลาลูกค้ามา เขาจะพาดีไซเนอร์มาด้วย เพื่อดูว่าเราทำอะไรได้บ้าง มีวัตถุดิบอะไรใหม่ๆ เขาจะถามเลยว่าตอนนี้คุณทำเสื้อแบบไหน คุณเตรียมคอลเลกชันอะไรใหม่ๆบ้างสำหรับซีซันหน้า
นานาสวมบทบาทดีไซน์เนอร์ออกแบบเสื้อเพื่อพรีเซ็นต์ลูกค้า
นานาจะเดาใจเขาว่าน่าจะชอบแบบไหน ความที่เราคลุกคลีเห็นอยู่ตลอดว่าลูกค้าซื้ออะไร ก็ค่อนข้างไม่ยากเท่าไร และดูเทรนด์ด้วยว่าซีซันหน้าอะไรมาแรง รวมกันด้วยว่าเราชอบอะไรในเทรนด์นั้น นำตรงนั้นออกมา
พอดีไซน์เป็นเสื้อออกมาและพรีเซ็นต์ให้ลูกค้าดู ลูกค้าจะไปเลือกอีกครั้งหนึ่ง พิจารณาว่าแบบนี้เขาขายได้ไหม แบบนี้ใช่เลย แบบนี้เออใช่แล้วแต่ต้องปรับอีกนิดหนึ่งเพื่อให้เป็นตัวเขา เหมาะกับแบรนด์ของเขา
ความสามารถด้านดีไซน์ของเธอเกิดจากความรักสวยรักงาม ชอบเล่นออกแบบของกระจุ๊กกระจิ๊กประสาผู้หญิง หนูนานาชอบเอาผ้าถักเหลือๆ ในโรงงานมาออกแบบตัดเย็บเป็นของชำร่วยน่ารักๆ แจกเพื่อนฝูงเป็นประจำตั้งแต่สมัยเรียน ตอนฝึกงานการตลาดหนึ่งปีก็เคยเอาเศษไหมมาถักเป็นปลอกหมอนอิงเพื่อส่งเป็นของขวัญปีใหม่แจกลูกค้า
สาวผู้ประกอบการผจญปัญหาสารพัด
นับแต่เข้ามาบริหารงานแทนพ่อ นานากลายเป็นสาว busy ไม่ว่าเพื่อนๆกลุ่มเอแบคหรือปักกิ่งนัดพบปะสังสรรค์กันครั้งใด ไม่เคยมีเงาของนานาโผล่มาเลย
ยุ่งหัวฟูตลอดเลยค่ะ
วัยของเธอตอนนั้นเพียง 25 ทว่าต้องเผชิญปัญหาสารพัด อย่างภาวะขาดแคลนแรงงาน นอกจากหายากแล้ว เด็กใหม่ที่ฝึกขึ้นมายังไม่ทันเป็นงานก็จรลีไปเสียแล้ว เธอพยายามนำเครื่องจักรเข้ามาแทน แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปเพราะต้องลงทุนสูง
ช่วงนั้นออเดอร์เยอะแต่ไม่มีคนงาน เดือนหนึ่งต้องผลิตให้ได้ประมาณ 5 หมื่นตัว
ขณะที่วุ่นวายกับปัญหาคนงาน ก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ อย่างเรื่องโควตาส่งออกเสื้อถักของไทยหมดไปครึ่งตั้งแต่กลางปี
สมมติว่าปีหนึ่งไทยได้โควตาส่งออกไปยุโรปได้ 27 ล้านชิ้น แต่ปีนั้นเดือน 4-5 ตัวเลขส่งออกเราใช้ไปแล้วเกิน 50% ทั้งๆที่ช่วงพีคของการส่งออกเสื้อถักคือเดือน 6-7-8 เท่ากับว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติอยู่
พูดชัดๆ ก็คือ มีเสื้อหนาวที่ผลิตจากจีนและถูกนำเข้าไทยเพื่อตีตราเมดอินไทยแลนด์ แล้วส่งออกไปยุโรปจากท่าเรือไทยด้วยโควตาไทย
ส่งผลกระทบมาก เพราะเสื้อผลิตเสร็จแล้ว แต่ต้องกองไว้ ส่งออกไม่ได้ ลูกค้าหมดความเชื่อถือ เพราะเราไม่สามารถมีโควตาในมือให้เขา ออเดอร์เริ่มน้อยลง
ช่วงเวลาใกล้ๆ กัน ข่าวออกมาว่าจีนกำลังได้รับไฟเขียวเข้า WTO บรรดาบาย์เออร์ต่างชาติฮือฮาหันไปจัดหาจัดซื้อสินค้าที่เมืองจีน ยังผลให้วงการการ์เมนต์บ้านเราชะงักไปอีก ต้นปีถัดมา(ต้น 2546 ปีที่แล้วนี่เอง)โรคซาร์สระบาดอีก
โอ้ พระเจ้า
ดรอปลงมาทันทีเลยค่ะ จากยอด 5 หมื่นตัวต่อเดือน ตกลงมาไม่ถึง 1 หมื่นตัวภายในเวลา 3-4 เดือน ซาร์สมาทีลูกค้าหายไปเลย เขาไม่เอาตัวเขามา ถามว่าทำไมเราไม่ไปหาล่ะ เขาก็ไม่อยากให้เราไป เขาจัดเราอยู่ในกลุ่มประเทศที่ติดโรคซาร์สด้วย
แม้หลายเหตุการณ์ในรอบหลายปีที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เธอล้ม แต่ก็ทำให้เธอสะดุดกลับมานั่งทบทวนจุดที่ควรจะยืน โดยเฉพาะภาวะความเป็นจริงที่ว่าประเทศคู่แข่งอย่างจีน เวียดนาม กัมพูชา ช่างมาแรงเหลือเกิน
พวกเขาผลิตเสื้อออกมาสวยเท่ากันแต่ราคาถูกกว่า บางทีคุณภาพดีกว่าเราก็มีนะ กำลังการผลิตมากกว่าเร็วกว่า ทุกอย่างได้เปรียบเราหมด นานาเจอเต็มๆเลย อย่างลูกค้าเคยสั่ง 10 แบบ ลดเหลือ 7 แบบ ต่อมาก็ 5 แบบ จะน้อยลงเรื่อยในแต่ละครั้งที่เจอ
มิหนำซ้ำ ราคาถูกกดลงต่ำกว่า 50% ยกตัวอย่างเสื้อแบบเดียวกันทำด้วยวัสดุชนิดเดียวกันในสมัยป่าป๊าขายได้ 10 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยุคนานากลับขายได้เพียง 4 ดอลลาร์สหรัฐ
ทำให้คิด เออ..ไม่ได้แล้วนะ ต้องปรับตัว ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ ต่อไปเราก็จบ
เข้ามาร่วมโครงการ TFBB2003 ได้อย่างไร
เราเป็นสมาชิกในสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ก็ได้รับข่าวสารต่างๆจากสมาคมฯเรื่อยๆ พอเห็นข่าวโครงการสร้างแบรนด์ก็สนใจ บวกกับนานากำลังคิดว่าโรงงานเราต้องปรับตัวแล้ว จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ
ตอนไปพรีเซ็นต์ นานาก็บอกว่าเราเป็นผู้ประกอบการส่งออก สนใจทำเสื้อที่เป็นแบรนด์ของตัวเองเพื่อส่งออกด้วย ขายในประเทศด้วย มีกำลังการผลิตที่ชัดเจน คงเป็นจุดนี้มั้งที่ทำให้คณะกรรมการพิจารณา
พอได้รับการคัดเลือกแล้วก็เข้าร่วมโครงการฯ ทำอะไรบ้าง
พอได้รับการคัดเลือก เขาก็เทรนนิ่งให้ ได้เรียนรู้การทำเสื้อที่เป็นงานดีไซน์ ทำอย่างไรให้เสื้อผ้าออกเป็นคอลเลกชันไม่สะเปะสะปะ สอนวิธีคิดที่จะทำเสื้อ ไม่ใช่เห็นอะไรสวยก็ก๊อบมาหมด ถ้าจะก๊อบก็ต้องเป็นตัวเรา ไม่ใช่ยกของเขามาหมด
อาจารย์ให้นานากำหนดเองว่าลูกค้าของ Isabel คือกลุ่มไหน ทำออกมาแล้วใช่ Isabel ไหม ต้องเช็กตัวเองตลอด
แล้ว Isabel จับลูกค้ากลุ่มไหน
ผู้หญิงวัยเรียนมหาวิทยาลัยถึงวัยทำงาน ออกหวานๆ กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักๆ ไม่ว่าจะไปทำงานหรือไปเที่ยว คนที่ใส่ Isabel ทั้งตัวเองและผู้คนที่มองมารู้สึกสบายตาสบายใจ ไม่เครียด มีดีไซน์บ้างนิดหน่อยออกแนวกิ๊บเก๋
อบรมเสร็จก็ร่วมประกวด FDCM และได้รางวัลชนะเลิศยอดขายสูงสุด
ค่ะ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนแรกที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ TFBB ยังคิดไม่ถึงว่าเราจะผลิตเสื้อมาขายคนไทยได้จริงๆ เพราะนานาทำแต่เสื้อถักส่งออก และเสื้อถักมันก็ดูร้อน ไม่เหมาะกับอากาศบ้านเรา
แต่เมื่อเข้าร่วมโครงการฯแล้ว นานาก็เออ ลองปรับดู หาวัตถุดิบที่ใส่แล้วไม่ร้อน อย่าง Ribbon Tape ซึ่งอุณหภูมิ 28-30 ใส่ได้สบายเลย และออกแบบแขนกุดบ้าง ปรับดีไซน์ให้เหมาะกับอากาศบ้านเรา
ฟีดแบ็กลูกค้าชอบ บอกไม่เคยเห็นดีไซน์แบบนี้มาก่อน แปลกดี ไม่ซ้ำใคร ใส่แล้วเหมือนซีทรู แต่ไม่โป๊น่าเกลียด การดูแลรักษาก็ง่ายมาก ใช้น้ำสบู่ซัก ไม่ต้องบิด เอาไปตากแนวราบแบบญี่ปุ่น แห้งแล้วก็เก็บ จะใส่ก็หยิบมาได้เลย เสื้อแบบนี้ไม่ยับ
หลังจากนั้น นานาก็ทำเสื้อออกงานโชว์บ่อยมาก
อาจารย์มีเวทีให้ตลอด บางงานห่างกัน 2 อาทิตย์เท่านั้น แต่ความที่นานาทำ OEM อยู่แล้ว นานาค่อนข้างรักษาเวลา สามารถทำงานได้ภายในเงื่อนเวลาที่มีอยู่ และมีทีมงานที่สามารถช่วยเราได้ ทำให้อาจารย์ไว้วางใจตรงนี้
ล่าสุด อาจารย์ก็ให้ทำเสื้อไปโชว์ที่มาเลเซีย อาจารย์คงเห็นว่าเสื้อของนานาเป็นงานถัก น่าจะแปลกจากดีไซเนอร์คนอื่นๆ (ชมภาพเดรสสวยๆคอลเลกชัน Tropical Ocean ของ Isabel นี้ได้ที่หน้าแฟชั่นค่ะ)
วิธีการทำงานเป็นอย่างไร เริ่มจากตรงไหนก่อน
ตามหลักต้องวาดรูปก่อนเพราะไอเดียจะได้บรรเจิด ไม่มีอะไรสกัดกั้น แต่นานาไม่ใช่เด็กนักเรียนแล้ว นานาไม่สามารถเขียนอะไรก็ได้แล้วมาพรีเซ็นต์ให้อาจารย์ดู กว่าจะ build อารมณ์เอาอะไรดี คิดเสร็จเรียบร้อย แต่หาอะไรไม่ได้สักอย่าง หรือคิดไว้ 10 ได้มา 2 ก็ต้องมานั่งคิดปรับใหม่ ทำให้เสียเวลา ปรับยังไงสุดท้ายก็ต้องไปดูว่ามีอะไร
ฉะนั้น นานาเริ่มจากสิ่งที่มีค่ะ นานาจะดูตลาดจากวัสดุก่อนว่าอะไรน่าจะมา อะไรน่าสนใจ ดูจากแมกกาซีน ดูตลาดว่ามีอะไร กำลังขายอะไรอยู่ และอนาคตจะขายอะไร ดูไปทั่วเลย แล้วมาดูว่าเราจะทำอะไร อยากได้อะไร ถ้าไม่มีก็รีบไปหาไปสั่งซื้อเพื่อให้ทันเวลา เพราะ ribbon tape พวกนี้ต้องนำเข้า นานาต้องเผื่อเวลาให้เขาย้อมสีตามที่เราต้องการด้วย
ทุกอย่างพร้อมแล้วเสร็จแล้วถึงออกมาเป็นแบบ ไม่รู้เป็นข้อดีหรือข้อเสียนะ
หลังจากสร้างแบรนด์ได้รางวัลมาแล้ว ด้านลูกค้าที่โรงงานมีฟีดแบ็กอย่างไรบ้าง
เดี๋ยวนี้เวลาพรีเซ็นต์แบบให้ลูกค้าดู เขาก็เชื่อมั่นและให้เครดิตเรามากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของงานดีไซน์ เห็นชัดเลยว่าเขาไว้ใจเรามากขึ้น สมัยก่อนเขาชอบอธิบายเยอะมาก แต่ปัจจุบันเขาบอกยูดูเลย ยูว่าสีอะไรดี ยูเลือก texture ผ้าให้ด้วย
วางแผนที่จะสานต่อการทำแบรนด์ Isabel
ค่ะ แต่การที่จะเปิดร้านขาย Isabel เองเลย นานาต้องการเวลามากกว่านี้ ต้องมีทีมงานครบทุกฝ่ายนอกจากดีไซเนอร์และทีมผลิตแล้วต้องมีคนบริหารจัดการและทำตลาด ทุกวันนี้ Isabel ยังไม่ครบ 1 ปีเลย เหมือนเด็กกำลังหัดเดิน ใจยังอยากเรียนรู้หาประสบการณ์ก่อน อย่างบางแบบเราคิดว่าขายดีชัวร์ แต่เอ๊ะ ทำไมไม่ success ขณะที่บางแบบเราไม่เห็นมีอะไรเลย กลับขายดี
นานาจึงอยากเรียนรู้ผู้บริโภคมากกว่านี้ และปรับ Isabel เข้มข้นขึ้น ดูภูมิฐานขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีดีไซน์มากขึ้น แปลกขึ้น